posted on 26 Apr 2007 16:27 by ungkool
สวัสดีครับ
สำหรับวันนี้เรื่องที่ผมอยากจะเล่าคือเรื่อง "ความอดทน" ที่ผมอยากคุยเรื่องนี้เพราะว่าเชื่อหลายๆ คนคงเคยอดทนกับหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง บางคนอดทนกับเพื่อนร่วมงาน บางคนอดทนต่อชีวิตที่ยากลำบาก บางคนก็อดทนที่จะต่อสู้กับการเผชิญหน้า(กับสิ่งที่ไม่อยากเจอ) ซึ่งมีมากมายในชีวิตของเรา แต่ในมุมมองของผม ผมเชื่อว่าชีวิตของเราต้องอดทนอย่างนับไม่ถ้วน เอาเป็นว่าความอดทนในมุมมองของผมแบ่งเป็น ๒ ประการดังนี้ครับ
๑. เราต้องอดทนต่อสิ่งต่างๆ
๒. คนอื่นที่ต้องอดทนกับเรา
๑. เราต้องอดทนต่อสิ่งต่างๆ - ในหัวข้อนี้มีเรื่องปลีกย่อยที่ผมเองก็มีมุมมองที่เราต่างต้องเคยพบเจออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ดังหัวข้อดังต่อไปนี้ครับ
- อดทนรอคอย - บางคนไม่รอเพราะว่าทนไม่ได้ หรือความอดทนมันมีจำกัด บางทีเส้นชัยอยู่ข้างหน้าแล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น เกือบแบบว่าอีกนิดเดียว น่าเสียดายไม่สำเร็จ
- อดทนต่อคนอื่น สถานการณ์ การทดลอง และการทดสอบ - หลายคนเชื่อว่าถ้า "หนี" สิ่งที่ต้องทนได้ เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาจะต้องทน เพราะบางคนเชื่อว่า "ถ้าหนีได้ก็หนี จะสู้ไปทำไม" และมันก็เกิดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า และเมื่อไหร่เราจะเผชิญความจริง
- อดทนในเรื่องการแต่งงาน - บางคนบอกว่าการแต่งงานมันไม่มีความหมายอะไร เพราะฉะนั้นมี Sex ก่อนดีกว่า เพราะว่าจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งในมุมของผมแล้วการแต่งงานมีความหมายคือ คนที่มาร่วมงานมาเป็นพยานถึงความรัก และการที่เราอดทนรอคอย(ในการมี Sex)จนถึงวันแต่งงานก็หมายถึงความเพียรพยายามที่จะได้พบถึงความรักที่ดื่มด่ำ อุตสาหะที่จะเก็บหอมรอมริบ เพื่อคนที่เรารัก และได้พบถึงความบริสุทธิ์(ซึ่งสมัยนี้หายาก) บางคนเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องไร้สาระ หรือไม่มีความหมาย(ตามค่านิยมผิดๆ เลยมีหลายเมีย หลายสามี เรียนรู้กันไป) สังคมเลยสับสนวุ่นวายด้วยปัญหาการมีเพศสัมพันธ์แบบพิศดารขึ้นทุกวัน บางทีมีเด็กไม่มี มีกิ๊ก มีกั๊ก มีสวิงกิ้ง มีแลกคู่ ทำกันไปได้
- อดทนที่จะอยู่ในความยากลำบาก - บางคนอดทนที่จะเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ฝึกฝนให้ตนแกร่ง แม้บางทีทนแบบเลือดตกยางออก ช้ำเลือดช้ำหนองบ้าง ก็ยังคงสู้ต่อไป แต่บางคนทนไม่ไหวกลายเป็นฟิวส์ขาด บางทีอารมณ์เดือดพลุ่งพล่าน หน้าแดง หน้าดำ ระเบิดความเกรี้ยวกราดแบบไม่ยั้ง ก็เลยทำอะไรแผลงๆ น่ากลัวๆ ให้ชาวบ้านเขาถึงตาย และหลายคนก็อาจจะโดนลูกหลง บางคนฟังคำพูดจา(หมาๆ)ของคนอื่นไม่ได้ พอเขาพูดจาปากหมาน (หมาผสมหวาน) พูดทิ่มแทง ประชดประชันถึงความจริงของเรา ก็อาจจะทำให้เราระเบิดอารมณ์หรือทำนองฆ่าได้หยามไม่ได้ ซึ่งบางทีสภาพรอบข้างก็ถึงขั้นวิกฤต หรือฉิบหายจนหมดทางแก้หรือเยียวยาได้
- อดทนใช้ไปก่อน - ความมัธยัสถ์ก็เป็นสิ่งดี เพราะช่วยให้เรารู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ ของบางอย่างอาจจะดีกว่า ไฮเทคกว่า บางครั้งเห็นคนอื่นใช้รุ่นใหม่กว่า ของแพงกว่ากลัวว่าเราจะตกรุ่น หลายคนก็ไม่รู้จักพอดี ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อซื้อมาใช้ หลายคนคงลืมนึกไปว่า บางทีเราสามารถเอามันมาได้นั้น ก็ใช่ว่าจะเติมเต็มความสุขเราได้ สิ่งที่มีอยู่บางอย่างก็มีคุณค่าลองนึกง่ายๆ ว่าถ้าเราไม่มีสิ่งของเหล่านั้นแล้วเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ไหม
- อดทนอย่างมีความหวังใจ ความเชื่อ และความรัก - เพราะว่าเรารักเขา เราหวังใจในเขาว่าเขาจะเปลี่ยนแปลง และเรามีความเชื่ออย่างมากในบางครั้งว่า ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ วันนี้เขาจะดีกว่าเดิม เราคาดหวัง หลายคนอาจจะเคยเดินหลงทาง แต่ทุกอย่างก็ยังสามารถแก้ไขได้ แม้บางอย่างที่เขาอาจจะเคยผิดพลั้งมา การให้อภัยและการยกโทษเป็นสิ่งสำคัญ แต่คำขอโทษของบางคนที่พูดจนเคยชินและไม่ปรับปรุง ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เราอาจจะทนไม่ไหว บางทีก็เอือมระอากับสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- อดทนไม่ได้แล้ว - ก็กุบอกว่ากุทนไม่ได้ เมิงไม่ได้ยินหรือไง I here! ตายซะเถอะ ฉึก!
๒. คนอื่นที่ต้องอดทนกับเรา - หลายครั้งเราบอกว่าเราอดทนโน่น อดทนนี่ บางทีเราก็เล่า ระบายเรื่องของเราที่เราต้องอดทนให้คนอื่นฟัง บางทีเราต้องการการเห็นใจ ความสงสาร ความเมตตาจากคนอื่น แต่หลายครั้งเราลืมเอากระจกมาส่องตัวเราเองว่า "ตัวเราเองหรือเปล่าที่ทำให้คนอื่นต้องอดทนกับเรา" การที่คำพูดที่เตือนสติ คำด่าว่า คำตำหนิ คำพูดที่ฟังไม่เข้าหู ฯ หลายครั้งเราคิดว่าอุปสรรคของสิ่งที่เราเจอนั้นคือสิ่งที่อยู่รอบข้างเรา แต่คนที่คิดได้บางทีอุปสรรคที่แท้จริงอาจจะเป็น "ตัวเรา" ที่อยู่ร่วมกับคนอื่นก็ได้ที่ทำให้คนอื่นต้องประพฤติ ปฏิบัติและหาหนทางแก้ไขในสิ่งที่เราเองกระทำ หรือทำให้เขาต้องฉุกคิด ซึ่งหลายครั้งเราเลือกปฏิบัติ เราไม่ได้คิดในมุมของ "เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไร แล้วทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างนั้น" หลายคนก็ต้องอดทนกับเรา และบางคนก็ทนไม่ได้ในสิ่งที่เราเป็นจริงๆ
สรุป บางทีก็เป็นเรื่องน่าสงสารและน่าเห็นใจที่บางทีเราเองต้องอดทนกับคนอื่นที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ดั่งใจที่เราต้องการเลย นอกจากจะทำผิดพลาดแล้วเราต้องอดทนกับผลของเขาที่ตามมาอีก การอดทนบางอย่างเหมือนการทดลอง ไม่ใช่เป็นการลองใจอย่างเดียว แต่เหมือนกับการทดลองที่ถ้าเราไม่ผ่าน มันก็จะมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันอย่างนี้ให้เราเจอะเจออีก บางคนต้องใช้เวลานานที่จะทนกับสิ่งเหล่านั้น ต้องบากบั่นที่จะเอาชนะเรื่องเดิมๆ นั้นไปให้ได้ บางคนต้องอดทนที่จะเลิกในสิ่งที่ตัวเองเริ่มประพฤติจากการลองจนกลายเป็นการติด ซึ่งการอดทนและต่อสู้ในการเลิกรากับสิ่งนั้นๆ บางครั้งก็ยากเย็นแสนเข็ญ แต่เมื่อการทดลองที่เราได้ถูกทดสอบความมานะบากบั่น และทำถ้าเราเองสามารถเอาชนะได้นั้น ผลที่ได้รับที่ตามมา บางคนอาจจะได้รับความสุข ความอิ่มเอิบใจ ชัยชนะ ความชื่นชม ความปีติยินดี ความอิ่มเอม ความสะใจ เปี่ยมล้น ฯลฯ ซึ่งยากจะสาธยายหรืออธิบายให้เห็นภาพได้ เปรียบดังประสบการณ์ที่เรารู้อยู่ในใจ และเหมือนหมุดที่ตอกย้ำในใจให้เราภาคภูมิใจ เรื่องความยากลำบาก อุปสรรค ปัญหา การรุมเร้า ของแต่ละคนก็มีแตกต่างกัน เรื่องร้ายๆ ที่ว่าร้ายของบางคนอาจจะเป็นเรื่องแสนง่ายสำหรับเรา แต่บางเรื่องที่เราว่ายากในมุมของเราก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่แสนง่ายในมุมของคนอื่น
ในชีวิตคู่ที่เราอยู่กับคนที่เรารัก หลายๆ คนต้องอดทนอย่างมาก เพราะความรักนั้นต้องอดทนนาน เรื่องบางเรื่องเราต้องอดทน เพราะชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ได้เบาเหมือนสำลีหรือทิชชู่ การให้อภัยจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และการที่เราจะยกโทษแก่คนที่เรารักบางครั้งก็ต้องอดทน อย่าให้เราเป็นคนที่ช่างจดช่างจำความผิด
ด้วยรัก

บอกให้ไปดีๆ ไม่ไป กุทนไม่ไหวแล้ว
(บอกแล้วว่าระวังให้ดี)
#1 By อ๋อ (203.146.63.185) on 2007-05-01 17:30