คนแก่กับคนหนุ่ม

posted on 04 Mar 2007 01:16 by ungkool
สวัสดีครับ

สำหรับเรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้คือ คน(ขิง)แก่กับคนหนุ่ม ที่ไม่พูดถึงเด็กตอนแบเบาะก็เพราะว่าพวกเกรียนทั้งหลายฟังแล้วอาจจะไม่เข้าใจ
เอาเป็นว่าเรื่องที่ผมจะพูด ผมแบ่งคน ๒ กลุ่มต่างคนต่างมองกันได้ดังนี้

๑. มุมของคนหนุ่ม - เรามักจะบอกว่าคนหนุ่มมักจะมีไฟ(แรง) คนหนุ่มมักจะเห็นคนแก่ว่า แก่! ไม่มีน้ำยา ไม่มีไฟ ไม่มีกำลัง ไม่มีสมอง เหี่ยว ไม่สู้ ฯลฯ ซึ่งแล้วแต่การดูถูกในมุมที่จะว่าคนที่อายุมากกว่า คนแก่ในมุมของคนหนุ่มจึงมักจะมองว่า คนแก่มีอุปนิสัย ความคิด การกระทำตามอายุที่เรียกว่าแก่ คนหนุ่มบางคนเชื่อในความทะเยอทะยาน ความทะนงตน ความใฝ่สูง ความคิดที่คนแก่ทำไม่ได้ เหมือนคำสุภาษิต ที่คนหนุ่มมักจะบอกว่า "ไม้อ่อน(อย่างเรา)ดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก"

สำหรับบางมุมของเด็ก เด็กบางคนมีจิตใจที่แก่กว่าอายุ มีสติ สัมปชัญญะ มีสมอง มีการศึกษา แต่อาจจะด้อยประสบการณ์ เด็กบางคนมีความสามารถแต่ถูกผู้ใหญ่ไม่ให้โอกาสก็มี เด็กบางคนพ่อแม่สอนมาดี อาจจะเป็นเพราะชาติตระกูลก็มีปฏิภาณไหวพริบซึ่งคนแก่บางคนอาจจะหามีได้ไม่

๒. มุมของคนแก่ - คนแก่(คุณวุฒิ ไม่ใช่วัยวัยวุฒิ)มักมองเด็กว่าทำอะไรผลีผลาม ไม่คิด ไม่ระวัง ไม่ชอบมองอนาคต เด็กนั้นเอาแต่ใจ เอาแต่ได้ เอาแต่ขอไปที ฯลฯ ซึ่งผู้ใหญ่บางคนมักจะมองเด็กว่า เป็นเด็กเมื่อวันซืน ซึ่งบางทีก็มีคำถามว่า ทำไมไม่เป็นเด็กเมื่อวันวาน หรือเด็กเมื่อวันโน้นบ้าง มุมของคนแก่มักจะให้คำพูดที่เชือดเฉือน อันเนื่องมาจากประสบการณ์ที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านสิ่งที่ตัวเองเคยลองผิด ลองถูก ผิดพลาด ล้มเหลว สำเร็จ ภูมิใจ ผิดหวังมาแล้ว ผู้ใหญ่ที่มักจะถูกเด็กดูถูก จึงมักจะกล่าวให้คิดไว้ว่า "วันนึงเมิงก็แก่ เวลามันไล่ล่าเมิงอยู่เสมอ"

สำหรับบางมุมของคนแก่ บางทีคนแก่มีจิตใจเด็กก็มี อันเนื่องมาจากหลายปัจจัยเช่น พื้นฐานของครอบครัว ความคิดของตนเอง สันดานที่เกินสันดอน หรือทิฐิมานะที่สร้างขึ้น เปรียบเสมือนต้นไม้ในวัยเยาว์ที่หยั่งรากลึกยากที่จะโค่นล้มความคิดเดิมๆ ได้ ซึ่งบางทีไม่ต้องคนในวัยเดียวกัน เอาแค่คนธรรมดาก็รับไม่ได้ เพราะบางคนที่แก่(แค่อายุ)เอาคนอื่นเป็นหมอนรองรับ ไม่เคยคิดสนใจคนอื่นก็มี ไม่รู้เป็นเพราะเวลาเหลือน้อยกับชีวิตหรือเปล่ามิทราบได้

สรุป ในมุมของคนทั้ง ๒ ประเภทผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การยอมรับ" การที่เรายอมให้อีกฝ่ายหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน มองไปที่จุดเดียวคือความรัก และความสามัคคี รู้จักใช้ในสิ่งที่ตนเองมีมาเกื้อหนุน จุนเจือ แสดงออกซึ่งการกระทำที่ถูกต้อง ก็ยังดีกว่าคำว่า "สมานฉันท์" ที่พูดพร่ำเพรื่อ ไร้ซึ่งความรัก หักหน้ากันในข่าว

ด้วยรัก


หายาก อันนี้เป็นตำนาน!

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วคิดตามมมม



อืม.......


จริง

#1 By GK (202.57.170.25) on 2007-03-04 01:30

เห็นด้วยกะความคิดพี่มากเลยค่ะ คนหนุ่มชอบมองว่าคนแก่ไม่ได้เรื่องไม่ทันสมัย แต่คนหนุ่มเองก้อไม่รู้บางเรื่องที่คนแก่เค้ารู้ ไม่มีใครที่รู้ไปซะทุกเรื่องหรอก สิ่งที่ควรทำมากสุดก้อคือการยอมรับในความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย อย่างที่พี่บอกล่ะค่ะ ว่าแต่เดี๋ยวนี้เราคิดว่าคนมักจะมองข้ามความสามารถของคนแก่ไปซะเยอะเลย เหมือนจะไม่ยอมรับความเห็นของพวกเค้า คิดว่าพวกเค้าเป็นภาระและไม่มีน้ำยา (ไม่งั้นจะมีคนชราที่ถูกทอดทิ้งตามบ้านพักเยอะแบบนี้เหรอ) วันก่อนเห็นตาแก่ๆคนนึงปั่นรถสามล้อท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดและรถยนต์มากมาย เชียงใหม่เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยค่ะ อากาศเริ่มแย่ลงทุกวันๆ สงสารตาคนนั้น ไม่รู้ว่าแต่ละวันเค้าต้องเจอกับอะไรบ้าง สังคมที่มันเจริญขึ้นทุกวันๆ แต่จิตใจคนยังไม่เคยพัฒนาตาม สิ่งดีดีกำลังจะจมลงพร้อมกับวัฒนธรรมที่ใกล้จะสูญหายเต็มที เหนื่อยค่ะ เห็นคนยุคนี้แล้ว อยากกลับไปอยู่สมัยโบราณอีกครั้ง

(งืมๆเข้ามาอ่านแล้วนะค่ะ แต่มาเม้นท์ช้าหลายวัน อิอิ)

#2 By hanbyul_ing (203.113.50.12) on 2007-03-11 20:59

แล้วคุณเป็นแบบที่หนึ่งหรือที่สองละ

#3 By ชิ่ว (67.77.85.92) on 2007-03-20 14:33

วันนี้ผมคงเป็นแบบที่ ๒ แต่เมื่อก่อนผมคือแบบที่ ๑

#4 By VinSaint (58.8.59.166) on 2007-03-26 21:42