2008/Mar/01

สวัสดีครับ

ห่างหายไปนานกับช่วงนี้เพราะว่างานค่อนข้างจะยุ่งมากๆ และเป็นการตัดสินใจย้ายงานในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนชีวิตค่อนข้างเป็นวงจร จนสามารถรู้ตัวเองได้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร และเลือกที่จะทำอะไร เอาเป็นว่าสิ่งที่ผมเองอยากจะพูดถึงประสบการณ์ในสิ่งที่ผ่านมาด้วยนั้น อยากจะมาแบ่งปันให้พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ฟัง เรื่องที่ผมอยากจะเล่าในวันนี้คือเรื่อง "ค่าของคน"

๑.ค่าของคนมันอยู่ที่ผลของงาน
๒.ค่าของคนมันอยู่ที่คนของใคร

๑.ค่าของคนมันอยู่ที่ผลของงาน - ตามคำกล่าวที่ว่า "เราหว่านอะไร เราก็ย่อมเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น" แต่ในยุคสมัยนี้ "พ่อค้าคนกลาง" ก็มีอยู่ทุกหัวระแหง ซึ่งพยายามจะกินเปล่าโดยไม่ต้องออกแรง ซึ่งเราก็เห็นกันได้ดาษดื่น ถ้ามองสภาพสังคมในยุคก่อนที่อาจจะไม่ทวีความรุนแรงในด้านลบอย่างทวีคูณเท่ากับสมัยนี้ เราจะเห็นได้ว่าความผิด ความละโมภ การคอรัปชั่น การข่มขืน การฆ่า การทารุณกรรม การบิดเบือนความถูกต้อง คำกล่าวที่สวยหรูแต่ปิดบังความจริง การสร้างภาพ การปฏิวัติ การทำลายผู้อื่นโดยใช้เทคโนโลยี(การดักฟังโทรศัพท์, ติดกล้อง, แอบถ่าย, อัดเสียง) กลไกในสังคมก็ช่างมีความซับซ้อนขึ้นมากกว่าคนรุ่นก่อน ผลของคนรุ่นก่อนก็ตกสืบทอดกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน ความโหดเหี้ยม ความไร้ซึ่งความรัก ไร้ซึ่งความเมตตา ขาดศีลธรรม ขาดจรรยาบรรณ ขาดมโนธรรม ไร้ซึ่งสามัญสำนึก สิ่งนี้ก็ยิ่งทำให้เรามองได้ชัดถึงความตกต่ำของสังคมได้อย่างชัดเจน ซึ่งค่านิยมแห่งความผิดให้สังคมเราต้องยอมรับนั้น คือ "เมื่อมันเลว เราก็ต้องยอมรับ" "เพราะใครๆ เขาก็โกงกันทั้งนั้น ถ้าเป็นนาย นายคิดว่าจะไม่โกงเหรอ?" ค่าของคนกับผลของงานในปัจจุบัน เชื่อได้เลยว่าผลงานของคนดีนั้นเริ่มหายากขึ้นทุกที

๒. ค่าของคนมันอยู่ที่คนของใคร - ยุคสมัยนี้เป็นเรื่องตลกที่ว่า ผู้มีอำนาจใช้อำนาจในทางที่ผิด แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ใช้อำนาจของเงินตรา เพราะอำนาจของเงินก็สามารถทำลายสัจจะที่เคยให้ไว้ได้ ยิ่งกว่านั้นมันยังสามารถทำลายความจงรักภักดี ความเชื่อมั่น ความจริง ความถูกต้อง ความสัตย์ซื่อฯลฯ ให้มีอันมลายสิ้น เราจะเห็นได้ว่าไม่จำเป็นว่าคนนั้นจะสัตย์ซื่อ หรือชั่วช้า ไม่ว่าจะเศรษฐี หรือยาจก อำนาจของเงินที่ใช้แบบไร้สามัญสำนึกก็สามารถทำให้ยาจกปกครองคนรวยได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ให้หมามานั่งบนเก้าอี้ และกลายเป็นให้มนุษย์เอาของมาประเคน ถ้าหมามันแสดงอาการไม่พอใจ แสดงว่าเราจะต้องเชื่อฟังมัน เหมือนจะดูถูกกันเปล่าๆ ฉะนั้นค่าของคนในยุคนี้คือกลายเป็นว่า "มันอยู่ที่คนของใคร" และยิ่งถ้ามีคนถามคุณว่า "ล้านนึงให้ทำผิดทำไหม อ้าว!ไม่พอเหรอ สิบล้านโอเคไหม ทั้งชีวิตมีโอกาสนี้โอกาสเดียวนะ"

สรุปว่า ถ้าผลทั้งสองอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ผลของคนชั่วก็ย่อมมาจากคลังแห่งความชั่ว ผลงานก็มาจากคุณค่าของคนที่ทำ ท้ายสุดถ้าผลที่ดีกินอย่างไรก็หวานหอม แต่ถ้าผลที่เน่า กินไปก็ท้องเสียเปล่าๆ มีแต่จะต้องเอาไปโยนทิ้งเสีย แถมของเสียก็มีแต่กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ตลบอบอวลไปด้วยความน่าขยะแขยง

ด้วยรัก

edit @ 15 Mar 2008 04:11:54 by Vincent